วันพุธ 13 ธันวาคม 2560
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าวสาร > ด้วยพระบารมีพ่อจึงก่อให้เกิด “สะพานภูมิพล” สะพานของพ่อที่สูงตระหง่านฟ้า สวยไม่แพ้ที่ใดในโลกนี้ (รายละเอียด)

ด้วยพระบารมีพ่อจึงก่อให้เกิด “สะพานภูมิพล” สะพานของพ่อที่สูงตระหง่านฟ้า สวยไม่แพ้ที่ใดในโลกนี้ (รายละเอียด)

หมวดหมู่ : ข่าวสาร 7 ธันวาคม 2017 เปิดอ่าน 146 ครั้ง

สะพานแห่งพระบารมี สะพานภูมิพล พระอัจฉริยภาพแก้ปัญหาจราจร พิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
สะพานภูมิพล (อังกฤษ: Bhumibol Bridge) หรือเดิม สะพานวงแหวนอุตสาหกรรมเป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาสำหรับถนนวงแหวนอุตสาหกรรม เชื่อมระหว่างถนนพระรามที่ ๓ ถนนสุขสวัสดิ์ ถนปู่เจ้าสมิงพราย และถนนกาญจนาภิเษก ลักษณะเป็นสะพานขึงขนาด ๗ ช่องการจราจร ทางด้านเหนือหรือ “สะพานภูมิพล ๑” เชื่อมระหว่างแขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร กับตำบลทรงคนอง อำเภอพระประแดง จังหวัสมุทรปราการ

ทางด้านใต้หรือ “สะพานภูมิพล ๒” เชื่อมระหว่างตำบลทรงคนองกับตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ แต่ก่อนหน้านั้นได้เปิดใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙
สะพานขึงสูงตระหง่าน ที่พาดผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมต่อพื้นที่อุตสาหกรรม ๒ ฝั่งลำน้ำในจังหวัดสมุทรปราการ เข้ากับท่าเรือกรุงเทพที่เขตคลองเตย เป็นอีกโครงการในพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีพระเมตตา และทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ในความเป็นอยู่ของประชาชน ที่ประสบความเดือดร้อนจากปัญหาการจราจรแออัด บริเวณถนนปู่เจ้าสมิงพราย ถนนสุขสวัสดิ์ และถนนพระประแดง

โดยเมื่อปี ๒๕๓๘ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานแนวพระราชดำริ ให้ก่อสร้างโครงการถนนวงแหวนอุตสาหกรรม รวมถึงสะพานเชื่อมเขตพื้นที่อุตสาหกรรมในจังหวัดสมุทรปราการ ตรงเข้าสู่ท่าเรือคลองเตย เพื่อให้การขนส่งสินค้าสะดวก รถบรรทุกสินค้าไม่ต้องผ่านใจกลางเมือง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การจราจรติดขัด คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้กรมโยธาธิการ หรือกรมทางหลวงชนบทในปัจจุบัน เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๓๙ ใช้งบประมาณ ๘,๗๓๙ ล้านบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๔๓ และสะพานก่อสร้างเสร็จในเดือนสิงหาคม ๒๕๔๙ เริ่มเปิดทดลองใช้งานเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๔๙ ซึ่งเป็นปีที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี

โดยตัวสะพานแบ่งเป็น ๒ ด้าน ได้แก่ ด้านเหนือ คือ สะพานภูมิพล ๑ และด้านใต้ คือ สะพานภูมิพล ๒ นับเป็นสะพานขึงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งที่ ๓ และ ๔ ของไทย หลังการก่อสร้างสะพานพระราม ๙ และสะพานพระราม ๘ โดยทางขึ้นสะพานเริ่มจากถนนพระราม ๓ ถึงทางลงถนนปู่เจ้าสมิงพราย มีระยะทางรวม ๒๕ กิโลเมตร แม้เป็นโครงการขนาดใหญ่ แต่การก่อสร้างได้ยึดหลักความพอเพียงตามแนวพระราชดำริ นำเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดมาใช้ ช่วยให้ค่าก่อสร้างลดลง
ก่อนจะเป็นสะพานภูมิพลในปัจจุบัน กรมทางหลวงชนบทได้ขอพระราชทานชื่อสะพานไป ๓ ชื่อ ได้แก่ สะพานภูมิพล, สะพานวงแหวนอุตสาหกรรม และสะพานเฉลิมฉัตรกษัตรา และได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ใช้พระปรมาภิไธย “ภูมิพล” ในปี ๒๕๕๒ ซึ่งกลายเป็นเส้นทางสำคัญของการเดินทางย่านถนนพระราม ๓ ทำให้การจราจรคล่องตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การขนส่งและเดินทางของประชาชนสะดวกสบายขึ้น

โครงการพระราชดำริต่างๆ ที่ทำให้การสัญจรทางถนนสะดวกขึ้น ทุกโครงการล้วนช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ การก่อสร้างสะพานภูมิพล ยังก่อให้เกิดสวนสาธารณะขึ้น ๓ แห่ง ใกล้กับโครงการ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแห่งใหม่ของประชาชนในพื้นที่ ทั้งสวนสาธารณะบริเวณถนนพระราม ๓, สวนสุขภาพบางหญ้าแพรก รวมถึงสวนสุขภาพลัดโพธิ์ ที่มีพิพิธภัณฑ์แสดงโครงการพระราชดำริ และเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขณะทรงงาน ซึ่งเป็นพระบรมราชานุสรณ์ให้ประชาชนได้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

 

 

ขอขอบคุณ

:ชมรมคนรักพระมหากษัตริย์ไทย

:รูปภาพจากกรมทางหลวงชนบท

 

เปิดอ่าน 146 ครั้ง

ข่าวล่าสุดของหมวดหมู่ ข่าวสาร

error: Alert: Content is protected !!