วันพุธ 13 ธันวาคม 2560
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าวทั่วไป > ภาพแห่งประวัติศาสตร์!! “Unesco” ประกาศขึ้นทะเบียนฟิล์มกระจก-ภาพต้นฉบับ สมัย “ร.๔ – ร.๖” เป็น.. “มรดกความทรงจำแห่งโลก” ชิ้นที่ ๕ ของไทย!! (รายละเอียด)

ภาพแห่งประวัติศาสตร์!! “Unesco” ประกาศขึ้นทะเบียนฟิล์มกระจก-ภาพต้นฉบับ สมัย “ร.๔ – ร.๖” เป็น.. “มรดกความทรงจำแห่งโลก” ชิ้นที่ ๕ ของไทย!! (รายละเอียด)

หมวดหมู่ : ข่าวทั่วไป 7 ธันวาคม 2017 เปิดอ่าน 159 ครั้ง

ยูเนสโกขึ้นทะเบียนฟิล์มกระจก-ภาพต้นฉบับ สมัย ร.๕-ร.๖ เป็น “มรดกความทรงจำแห่งโลก” ปี”60

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่า องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ได้ประกาศรับรองการขึ้นทะเบียนฟิล์มกระจก ๓๕,๔๒๗ รายการและภาพต้นฉบับ ๕๐,๐๐๐ ภาพเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก ประจำปี ๒๕๖๐ อย่างเป็นทางการในเว็บไซต์ unesco.org ซึ่งเป็นฟิล์มกระจกและภาพต้นฉบับดังกล่าวได้มีการส่งมอบและเก็บรักษาไว้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน

นายวีระ กล่าวว่า สำหรับการประกาศขึ้นทะเบียนฟิล์มกระจกและภาพต้นฉบับนั้น เสนอโดยคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลก ประเทศไทย และได้รับการบรรจุในทะเบียนเอกสารมรดกความทรงจำแห่งโลกในปี ๒๕๖๐ ประกอบด้วยภาพฟิล์มกระจก ๓๕,๔๒๗ รายการ และภาพต้นฉบับ ๕๐,๐๐๐ รายการ โดยเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องและยาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๔ ซึ่งรวบรวมจากฟิล์มกระจกของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และกรมพระยาดำรงราชานุภาพที่ทรงถ่ายไว้ เอกสารดังกล่าวสะท้อนถึงหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ทางด้านสังคม วัฒนธรรม การเปลี่ยนแปลงทางเมืองและความสัมพันธ์ด้านต่างประเทศของสยาม โดยแสดงถึงบุคคล สถานที่ และเหตุการณ์ที่มีความสำคัญระดับประเทศและนานาชาติในยุคที่อาณานิคมตะวันตกแพร่ขยายมายังเอเชียซึ่งทำให้สยามเลือกที่จะรักษาเอกลักษณ์ของชาติและปฏิรูปประเทศในทุกด้าน ซึ่งนำไปสู่ยุคของการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยหอจดหมายเหตุแห่งชาติได้เก็บรักษาเอกสารดังกล่าวมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๐ ปัจจุบันนี้ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ได้ดำเนินการสแกนจัดเก็บเอกสารดังกล่าวในรูปแบบดิจิทัลไฟล์เพื่ออนุรักษ์ต้นฉบับและให้บริการด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ

นายวีระ กล่าวว่า สำหรับมรดกความทรงจำโลกนี้ ประเทศเจ้าของมรดกต้องเขียนรายละเอียดตามแบบฟอร์มของยูเนสโกที่ระบุความสำคัญในแง่ของเหตุการณ์บุคคล สถานที่และช่วงเวลา และระบุความเป็นของแท้จริงที่อนุรักษ์ไว้อย่างดีเพื่อเปิดให้ผู้สนใจเข้าศึกษาวิจัยได้ พร้อมภาพถ่ายหรือเทป แต่ละปีมีประเทศเสนอเข้าไปมาก ต้องมีคณะกรรมการกลั่นกรองตรวจสอบและเสนอความเห็นว่าควรขึ้นทะเบียนมรดกระดับนานาชาติหรือไม่ ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ขึ้นทะเบียนมรดกความทรงจำแห่งโลกมาแล้ว ๔ รายการ ได้แก่ ศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหง หลักที่ ๑ ขึ้นทะเบียนเมื่อปี ๒๕๔๖ เอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ของรัชกาลที่ ๕ ขึ้นทะเบียนปี ๒๕๕๒ เป็นเอกสารเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสยาม จารึกวัดโพธิ์ ประกาศขึ้นทะเบียนในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เมื่อปี ๒๕๕๑ และบันทึกการประชุมของสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ ขึ้นทะเบียนไว้เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๖ เป็นเอกสารที่มีอายุกว่า ๑๐๐ ปี ทั้งนี้การประกาศขึ้นทะเบียนฟิล์มกระจก และภาพต้นฉบับครั้งนี้ เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์รายการที่ ๕ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก

ซึ่งในปี ๒๐๑๗ นั้นก็มีประเทศเพื่อนบ้านที่ได้ขึ้นทะเบียนหลายราย อาทิ ๑.จารึกบนกระดูกที่ใช้เสี่ยงทายของจีนโบราณ ๒.หอจดหมายเหตุหลักฐานการอนุรักษ์มรดกโลกโบโรพุทโธ อินโดนีเซีย ๓.จารึกบนระฆังของพระเจ้าบุเรงนองแห่งพม่า ๔.ฟิล์มกระจกที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่บันทึกภาพอ่าวท่าเรือซิดนีย์ ๕.เอกสารเรื่องปันหยีของชวา ที่ได้ส่งอิทธิพลต่อวรรณคดีในหลายประเทศ ๖.เอกสารเกี่ยวกับชนดั้งเดิมในหลายประเทศที่เสนอต่อสหประชาชาติเก็บรักษาไว้ที่สวิสเซอร์แลนด์ ๗. เอกสารจดหมายเหตุที่เขียนด้วยลายมือเกี่ยวกับเชคสเปียร์เสนอโดยอังกฤษและสหรัฐอเมริกา

สำหรับเอกสารหรือการเสนอขึ้นทะเบียนเป็นความทรงจำแห่งโลก (Memory of the World) นั้นต้องเป็นมรดกเอกสารที่บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร (Documentary Heritage) เกี่ยวกับมรดกวัฒนธรรมแห่งโลก แสดงให้เห็นวิวัฒนาการของความคิด การค้นพบ และผลงานของสังคมมนุษย์ ซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากสังคมในอดีตให้กับสังคมปัจจุบันเพื่อที่จะสืบสานให้แก่สังคมในอนาคต

เปิดอ่าน 159 ครั้ง

ข่าวล่าสุดของหมวดหมู่ ข่าวทั่วไป

error: Alert: Content is protected !!