ท่านผู้นี้คือใคร “ในหลวงร.๑๐” ถึงกับทรงคม ในงานพระราชพิธีสำคัญ

4 เมษายน 2020 | ข่าวสาร
Loading...

จากกรณีเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ พระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิ และเชิญพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สู่พระบรมมหาราชวัง โดย ๐๘.๔๖ น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิในหลวงรัชกาลที่ ๙ ณ พระเมรุมาศ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์

Loading...

เจ้าพนักงานถวายภัตตาหารพระพิธีธรรม ที่สวดพระอภิธรรมประจําซ่าง เจ้าพนักงาน ภูษามาลาประมวลพระบรมอัฐิ พระบรมราชสรีรางคารถวายผ้าเยียรบับ คลุมไว้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ มายังพระที่นั่งทรงธรรม เสด็จขึ้นพระเมรุมาศ เจ้าพนักงานภูษามาลาเปิดผ้าเยียรบับที่ถวาย คลุมพระบรมอัฐิ ทรงจุดธูปเทียนถวาย ราชสักการะพระบรมอัฐิ ถวายสรง พระบรมอัฐิด้วยน้ําพระสุคนธ์ทั่วแล้ว เจ้าพนักงานภูษามาลาถวายผ้าเยียรบับ คลุมพระบรมอัฐิ ทรงจุดธูปเทียน เครื่องทองน้อยสําหรับพระบรมอัฐิบูชา พระสงฆ์ ทรงทอดผ้าไตรถวายพระ ๓ หาบ พระสงฆ์ขึ้นสดับปกรณ์พระบรมอัฐิ พระสงฆ์สดับปกรณ์ครบ ๙ รูป แล้ว เจ้าพนักงานภูษามาลาเปิดผ้าคลุม พระบรมอัฐิทรงเก็บพระบรมอัฐิ สรงพระสุคนธ์แล้วประมวลลงใน พระโกศทองคําลงยารวม ๖ พระโกศ

พระราชทานพระโกศพระบรมอัฐิแก่พระบรมวงศ์ แล้วทรงพระกรุณา โปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าพนักงานภูษามาลา อัญเชิญพระโกศ พระบรมอัฐิลงจากพระเมรุ มาศไปยังพระที่นั่งทรงธรรมเสด็จฯ ตามประทับที่หน้าอาสน์สงฆ์เจ้าพนักงาน ภูษามาลาอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ ประดิษฐานในบุษบกเหนือพระแท่นแว่นฟ้า ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะ พระบรมอัฐิแล้วทรงประเคนโตกสํารับ ภัตตาหาร ๓ หาบ แด่พระสงฆ์ ๙ รูป พระสงฆ์ ๓ หาบ รับพระราชทานฉัน เสร็จแล้ว เสด็จฯ ไปถวายเครื่องสังเค็ดงาน ถวายพระเพลิงพระบรมศพแด่พระสงฆ์ ๓ หาบ และพระสงฆ์ ๓๐ รูป พระสงฆ์ถวาย อนุโมทนา ถวายอดิเรก ออกจากพระที่นั่ง พระสงฆ์อีก ๓๐ รูป ขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์ สวดมาติกา ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ สดับปกรณ์พระบรมอัฐิถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ออกจากพระที่นั่งตั้งขบวน พระบรมราชอิสริยยศอัญเชิญพระโกศ พระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคาร เข้าไปยังพระบรมมหาราชวัง เจ้าพนักงาน ภูษามาลาอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ ขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระที่นั่ง ราเชนทรยานและอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารประดิษฐานในบุษบก พระที่นั่งราเชนทรยานน้อย

Loading...

ต่อมาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เข้าริ้วไปยังพระบรมมหาราชวัง ยาตราขบวนพระบรมราชอิสริยยศอัญเชิญพระโกศ พระบรมอัฐิพระบรมราชสรีรางคาร ขบวนพระบรมราชสรีรางคารเกยเข้า วัดพระศรีรัตนศาสดารามทางประตูเกยหลังวัด อัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารพักไว้ที่ พระศรีรัตนเจดีย์ ขบวนพระบรมราชอิสริยยศ อัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิเข้าประตูพิมานไชยศรี เทียนพระที่นั่งราเชนทรยานที่พระนั่งอาภรณ์ พิโมกข์ปราสาท

ต่อมาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จ ขึ้นทรงรับที่พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ จากพระที่นั่งราเชนทรยานขึ้นพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ประดิษฐานที่บุษบก แว่นฟ้าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ตาม เมื่อประดิษฐานพระโกศพระบรมอัฐิ เรียบร้อยแล้วสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราช สักการะพระบรมอัฐิ เสด็จพระราชดําเนินกลับ

Loading...

ทั้งนี้พระโกศพระบรมอัฐิ พระโกศทองคำลงยา มีทั้งหมด ๖ องค์ ๔ แบบ ประกอบด้วย พระโกศทองคำลงยาประดับรัตนชาติ ทรงพระบรมอัฐิเก้าเหลี่ยม หรือพระโกศองค์หลัก สำหรับประดิษฐาน ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

และพระโกศแปดเหลี่ยมอีก ๕ องค์ สำหรับทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

อย่างไรก็ตามล่าสุดทางผู้ใช้ไอจีชื่อว่า up2youha  ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพในงานพระราชพิธีฯดังกล่าวด้วย โดยบอกว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงไหว้ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งมีความตื้นตันใจต่อภาพที่ปรากฏขึ้นในการแสดงถึงความนอบน้อมไม่ถือพระองค์ ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวได้ระบุข้อความเอาไว้ว่า…

“พระราชจริยวัตรที่งดงามของในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงคมท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม ก่อน แม้จะมีพระราชอิสริยยศที่สูงกว่าใครในแผ่นดิน​แล้วก็ตาม #ทรงพระเจริญ”

ชมคลิป

ประวัติท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม

ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม (สกุลเดิม: รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์; 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2488) เป็นพระธิดาเพียงคนเดียวในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ กับพันเอกอร่าม รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ เป็นพระภาคิไนยในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเป็นพระภคินีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2488 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นพระธิดาเพียงคนเดียวในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ กับพันเอก อร่าม รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์

เมื่อสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทรงตั้งพระครรภ์ขณะนั้นทรงขาดแคลนพระราชทรัพย์และมิได้ประกอบอาชีพ โภชนาการของท่านผู้หญิงทัศนาวลัยจึงไม่ใคร่ดี แม้ว่าสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีจะมอบเงินจำนวน 600 ฟรังค์สวิสต่อเดือนก็ตาม เมื่อท่านผู้หญิงทัศนาวลัยเกิดมาทั้งสามจึงอยู่กันอย่างมัธยัสถ์ในสวิตเซอร์แลนด์ ในวัยเยาว์ท่านผู้หญิงทัศนาวลัยเป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่าย และไม่ซุกซน

เมื่อคราวที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทรเสด็จนิวัติกลับประเทศไทย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์มิได้ตามเสด็จด้วย เนื่องจากต้องดูแลพระธิดา ครั้นท่านผู้หญิงทัศนาวลัยมีอายุได้ 6 ขวบ ก็ได้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เดินทางกลับประเทศไทยโดยทางเรือ

ท่านผู้หญิงทัศนาวลัยสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย จากนั้นได้ศึกษาต่อที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และศึกษาที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงขุดเรือใบฝีพระหัตถ์จำนวนมาก ซึ่งทรงสร้างได้แนบเนียนตามรูปร่างอย่างแบบเรือใบแข่งเพรียวลมด้วยการย่อส่วนอย่างถูกต้องตามหลัก เรือใบที่สำเร็จขึ้นโดยฝีพระหัตถ์เหล่านี้ มีอยู่ลำหนึ่งซึ่งโปรดกว่าลำอื่น พระราชทานชื่อว่า “ทัศนาวลัย” อันเป็นชื่อของพระภาคิไนย และพระราชทานเป็นพระปรมาภิไธย “ภ.อ.” ติดที่เรือใบด้วย ส่วนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้พระราชทานพระราชทรัพย์สร้างโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช เดิมชื่อโรงเรียนประชาบาลสามตำบล ต่อมาได้พระราชทานนามโรงเรียนใหม่ว่า “โรงเรียนทัศนาวลัย”

บรรพบุรุษทางฝ่ายบิดาของท่านผู้หญิงทัศนาวลัยเป็นชาวจีนแซ่อึ้งที่อพยพมาจากแต้จิ๋ว ชื่อ หวงกุ้ย ซึ่งอพยพเข้ามาทางจังหวัดราชบุรี ในสมัยกรุงธนบุรี หวงกุ้ยได้รับราชการดูแลการค้าทางเรือ ล่วงมาจนถึงในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 บุตรชายคนที่สองของหวงกุ้ยคือ หวงจวิน (กุน) ได้รับราชการเป็นที่สมหุนายกในตำแหน่ง เจ้าพระยารัตนาธิเบศร์ (กุน) ต้นสกุลรัตนกุล ซึ่งเป็นบิดาของเจ้าจอมมารดาอิ่มในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 ต่อมาภายหลังได้มีการเปลี่ยนนามสกุลเป็น รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์

ทัศนาวลัย รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ เดินทางไปศึกษาต่อที่สวิตเซอร์แลนด์ และได้พบกับสินธู ศรสงคราม ซึ่งรับราชการอยู่ที่สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงแบร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และได้รับพระราชทานสมรสกับสินธู ศรสงคราม เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2516 โดยมีบุตรชายคนเดียว คือ ร้อยเอก จิทัศ ศรสงคราม สมรสกับเจสสิกา มิกเคลิช อดีตนักแสดงซึ่งเป็นลูกครึ่งไทย-สวิตเซอร์แลนด์

ท่านผู้หญิงทัศนาวลัยดำรงตำแหน่งประธานกรรมการตลาดบองมาร์เช่ และเป็นที่ปรึกษาของมูลนิธิเพื่อสถาบันราชานุกูล ในพระอุปถัมภ์ฯ นอกจากนี้ท่านผู้หญิงทัศนาวลัยยังถือหุ้นของบริษัทสัมมากรจำกัดมหาชนร้อยละ 10

ที่มา : วิกิพีเดีย / up2youha /

Loading...