มีเพียงประเทศเดียวในโลก เผย ๕ เรื่องราวน่ารู้ เกี่ยวกับ’สมเด็จพระจักรพรรดิ’ในราชวงศ์ญี่ปุ่น

2 เมษายน 2019 | ข่าวสาร
Loading...

วันที่ 1 เม.ย. นายโยชิฮิเดะ ซึกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้แถลงการณ์ ประกาศชื่อยุคสมัยอย่างเป็นทางการแล้วในช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยเลือกคำว่า “เรวะ” ซึ่งมีความหมายว่า “ความสงบที่สำคัญและความกลมเกลียว”

สำหรับยุคปัจจุบัน หรือ “เฮเซ” จะสิ้นสุดลงหนึ่งเดือนหลังจากสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะทรงสละราชสมบัติครั้งประวัติศาสตร์ วันนี้ขอนำเสนอ 5 ประเด็นน่าสนใจ เกี่ยวกับ พระจักรพรรดิลำดับที่ 125 ของราชวงศ์ญี่ปุ่นที่มีอายุยืนยาวเกือบ 2,700 ปี ไว้ ดังนี้

Loading...

1. ราชวงศ์ที่มีประวัติยาวนาน

ราชวงศ์ญี่ปุ่น มีประวัติการสืบราชบัลลังก์ติดต่อกันมายาวนานที่สุดในโลก โดยสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงเป็นกษัตริย์พระองค์ที่ 125 ในสายการสืบสันตติวงศ์ นับตั้งแต่ญี่ปุ่นก่อตั้งประเทศขึ้น เมื่อ 600 ปีก่อนคริสต์กาล ในรัชสมัยของจักรพรรดิจิมมุ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นลูกของเทพธิดาแห่งดวงอาทิตย์

แม้ว่าพระราชประวัติของกษัตริย์ 25 พระองค์แรกของญี่ปุ่นจะไม่มีบันทึกชัดเจนและเต็มไปด้วยตำนานเล่าขาน แต่ก็มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์เพียงพอ ที่จะสามารถระบุได้ว่า มีการสืบทอดการปกครองมาตั้งแต่ปีคริสต์ศักราช 500 จนกระทั่งทุกวันนี้

Loading...

ตามราชประเพณีสมัยใหม่ หลังจากที่จักรพรรดิเสด็จสวรรคต จะมีการเปลี่ยนพระนาม เพื่อสะท้อนยุคสมัยแห่งการปกครองนั้น ๆ โดยสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ที่ทรงขึ้นครองราชย์เมื่อปี 1989 จะทรงพระนามใหม่ว่า เฮเซ (แปลว่า “สันติสุขทุกแห่งหน”) ส่วนสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ พระราชบิดาที่ทรงนำพาประเทศในช่วงสงครามโลก ก็ได้ทรงพระนามหลังจากเสด็จสวรรคตว่า โชวะ ซึ่งแปลว่า “ญี่ปุ่น ที่โชติช่วง”

2. จักรพรรดิผู้ทรงเป็นทั้งมนุษย์ และสมมุติเทพ

Loading...

จักรพรรดิของญี่ปุ่น ทรงเป็นประมุขของประเทศและเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในศาสนาชินโต ขณะที่ญี่ปุ่นเป็นเพียงประเทศเดียวในโลกสมัยใหม่ ที่ยังคงเรียกประมุขของประเทศว่า จักรพรรดิอยู่ โดยในภาษาญี่ปุ่น ใช้คำว่า “เทนโน” หรือ “อธิปไตยจากสรวงสวรรค์” เท่ากับการยอมรับแนวคิดที่ว่า ราชวงศ์ของตนเป็นลูกหลานของพระเจ้า ซึ่งในประวัติศาสตร์ ราชวงศ์ญี่ปุ่นถือว่ามีเทวสิทธิ์ที่จะปกครองประเทศ แต่ภาพลักษณ์ความเป็นสมมุติเทพของกษัตริย์นี้ เพิ่งจะถูกริเริ่มขึ้นเมื่อไม่กี่ศตวรรษที่ผ่านมา

ไม่นานหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง สมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ ได้ทรงมีพระราชดำรัส ในฐานะส่วนหนึ่งของการยอมรับความพ่ายแพ้ในสงคราม ยกเลิกสิ่งที่พระองค์เรียกว่า “แนวคิดผิด ๆ ที่ว่า จักรพรรดิเป็นพระเจ้า” และในรัฐธรรมนูญปี 1947 ของญี่ปุ่น จักรพรรดิญี่ปุ่น ได้กลายเป็น “สัญลักษณ์ของรัฐ และความเป็นหนึ่งเดียวกันของประชาชน” หรือ ผู้นำแต่ในนามซึ่งไม่มีอำนาจทางการเมือง

3. นักวิทยาศาสตร์มือสมัครเล่น

นับตั้งแต่แต่ปี 1869 เป็นต้นมา ทุกวันเริ่มต้นปีใหม่ หลังจากที่สมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ ได้ฟื้นฟูอำนาจของจักรพรรดิและนำพาญี่ปุ่นสู่เส้นทางการพัฒนาความทันสมัยและการพัฒนาอุตสาหกรรม จักรพรรดิจะทรงเป็นประธานในการปาฐกถาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ โดยสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ราชโอรสพระองค์โต ทรงสนพระทัยในหัวข้อชีววิทยาทางทะเล

สมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ ทรงเขียนบทความวิชาการเกี่ยวกับโฮโดรซัว ซึ่งเป็นสัตว์น้ำชนิดหนึ่งที่มีสายพันธุ์เชื่อมโยงกับแมงกะพรุน ส่วนสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านปลาบู่ โดยทรงเขียนบทความ 38 ฉบับเกี่ยวกับปลาชนิดนี้ และยังมีปลาสายพันธุ์ใหม่ที่ได้รับการตั้งชื่อตามพระนามด้วย

4. สตรีผู้ทรงอำนาจ

ในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น สตรีมีสิทธิขึ้นครองราชย์และปกครองประเทศได้ แต่เท่าที่ผ่านมา ญี่ปุ่นมีพระจักรพรรดินีเพียงแปดพระองค์เท่านั้น ก่อนหน้าศตวรรษที่ 20 จักรพรรดิของญี่ปุ่นจะทรงมีพระชายาเพียงหนึ่งพระองค์และมีพระสนมหลายพระองค์ โดยทั้งหมดล้วนเป็นสตรีจากครอบครัวขุนนาง ส่วนสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงเป็นกษัตริย์พระองค์แรกที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อภิเษกสมรสกับสามัญชนเมื่อครั้งที่ยังทรงเป็นมกุฎราชกุมาร โดยทรงอภิเษกสมรสกับนางสาวมิชิโกะ โชดะ เมื่อปี 1956 หลังจากที่พบกันที่สนามเทนนิส ซึ่งต่อมาได้ทำให้เกิดกระแสนิยมกีฬาเทนนิสขึ้นในญี่ปุ่น

มกุฎราชกุมารนารุฮิโตะ พระราชโอรสพระองค์โตในสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงอภิเษกสมรสกับหญิงสามัญชนเช่นกัน เจ้าหญิงมาซาโกะ โอวาดะ เป็นอดีตนักการทูต อย่างไรก็ตามแพทย์เคยถวายการวินิจฉัยว่า เจ้าหญิงมาซาโกะ มีพระอาการทางจิตเวช ซึ่งเชื่อกันว่า มีสาเหตุมาจากการที่ทรงต้องเผชิญแรงกดดันให้มีประสูติกาลผู้สืบราชบัลลังก์เป็นพระโอรส

ภายใต้กฎมณเทียรบาลของสำนักพระราชวังญี่ปุ่นปัจจุบัน ผู้สืบราชสันตติวงศ์จะต้องเป็นชายเท่านั้น แม้ว่าจะเคยมีการพิจารณาเรื่องนี้ในระยะสั้น ๆ เมื่อปี 2005 เพื่อเปิดทางให้ผู้หญิงขึ้นเป็นจักรพรรดิได้ แต่ก็ล้มเลิกไป เมื่อเจ้าหญิงคิโกะ พระชายาในเจ้าชายอะกิชิโนะ ทรงมีประสูติกาลพระโอรสซึ่งจะมีสิทธิ์ในการสืบราชบัลลังก์ได้

5. ราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศ

ปัจจุบัน สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงประทับอยู่ที่พระราชวังหลวงในกรุงโตเกียว ที่ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานที่มีลักษณะเป็นสวน ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในที่ดินผืนที่แพงที่สุดในโลก โดยภายในพระราชวังหลวงนี้ มีทั้งที่ประทับ สำนักงานของสำนักพระราชวัง และพิพิธภัณฑ์

นอกจากนี้ กษัตริย์ญี่ปุ่นมักจะถูกอ้างอิงถึง โดยใช้คำว่า ราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศ หรือ chrysanthemum throne ตามลักษณะของบัลลังก์ที่มีรูปดอกเบญจมาศ ที่เรียกว่า ทาคามิคุระ ซึ่งสมเด็จพระจักรพรรดิจะประทับในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

Loading...



error: Alert: Content is protected !!