เปิดตำนาน ‘เงินถุงแดง’ มรดกของ”รัชกาลที่ ๓” ที่ช่วยรักษาเอกราชของชาติไทยไว้ในวิกฤตการณ์ ร.ศ.๑๑๒

31 มีนาคม 2019 | ข่าวสาร
Loading...

วิกฤตการณ์ ร.ศ.112 หรือเหตุการณ์ใน พ.ศ.2436 ที่ฝรั่งเศสหาทางเขมือบสยาม ด้วยการส่งเรือรบเข้ามาปิดปากอ่าวไทยเพื่อเปิดเกมหาเรื่อง จากนั้นหมายจะกลืนกินสยามไปเป็นรัฐในอาณานิคมเช่นประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยพระอัจฉริยภาพในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้สยามรอดพ้นภัยมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ เมฆหมอกภัยสยาม เริ่มตั้งเค้าชัดเจนเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ.2436 รัฐบาลไทยได้รับคำเตือนจากฝรั่งเศสว่า ได้สั่งให้กองทัพเรือเดินทางจากไซ่ง่อน ประเทศเวียดนามแล้ว ถ้าเหตุการณ์ถึงคราวจำเป็น จะส่งเรือรบเข้าประชิดกรุงเทพมหานคร

ครั้นรัชกาลที่ 5 ทรงทราบ พระองค์เสด็จฯ ปากน้ำเจ้าพระยาโดยรถไฟขบวนพิเศษ ทอดพระเนตรป้อมปืนเสือซ่อนเล็บ ก่อนเสด็จฯ ทอดพระเนตรป้อมพระจุลจอมเกล้า สำรวจความพร้อมทหารเรือ ท่ามกลางความหวั่นวิตกของชาวกรุงเทพมหานคร เย็นวันที่ 13 กรกฎาคม 2436 เรือรบฝรั่งเศสก็เผยโฉมที่ปากน้ำเจ้าพระยา ป้อมปืนแต่ละป้อมเตรียมพร้อม ทหารเรือทุกนายพร้อมเปิดศึกไล่นักล่าอาณานิคมพ้นจากแผ่นดิน

Loading...

ทหารเรือสยามภายใต้การนำของพระยาชลยุทธโยธินทร์ ได้รับคำสั่งให้ยิงด้วยกระสุนนัดดินเปล่าเตือน แม้จะยิงไป 4 นัด ก็หาได้เป็นผลไม่ ตรงกันข้ามเรือรบฝรั่งกลับยิงโต้ตอบกลับมาที่ป้อมพระจุล ทำให้สยามต้องสาดกระสุนกลับไป เท่ากับเปิดยุทธนาวีท่ามกลางน่านน้ำสยาม ด้วยแสนยานุภาพของเรือรบและอาวุธที่ทันสมัย ทำให้เรือรบฝรั่งเศสแล่นผ่านป้อมปืนได้ เข้าไปทอดสมออยู่บริเวณหน้าสถานทูตฝรั่งเศส ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับโรงแรมโอเรียนเต็ลในปัจจุบัน

Loading...

สิ้นการสู้รบ แต่ไม่สิ้นการเยียวยา ฝรั่งเศสใช้อำนาจบาตรใหญ่ บังคับให้สยามชดใช้ค่าเสียหาย ทั้งๆ ที่ฝรั่งเศสเป็นฝ่ายบุกรุก กระนั้นสยามก็ไม่มีทางเลือกอื่น ต้องกัดฟันจ่ายเงินชดใช้ด้วยหยาดน้ำตาแห่งความขมขื่น ฝรั่งเศสยื่นเงื่อนไขให้สยามถอนทหารสยามที่ตั้งมั่นอยู่บนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้เสร็จสิ้นภายในเวลาไม่เกิน 1 เดือน และให้จ่ายเงิน 3 ล้านฟรังก์ โดยชำระเป็นเงินเหรียญโดยทันที เพื่อเป็นค่าสินไหมค่าปรับสงคราม และยังให้รัฐบาลสยามตอบภายใน 48 ชั่วโมง ว่าจะปฏิบัติตามหรือไม่

เพื่อรักษาเอกราช ชีวิตและเลือดเนื้อประชาชนไว้ แม้สยามจะดำเนินการทูตเพื่อยืดเวลามาได้กว่า 2 เดือน ก็ต้องยอมสงบศึกกับฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2436 ปัญหาต้องแก้ไขต่อมาคือ เงินค่าสินไหมสยามจะเอาจากไหนมาชดใช้ แค่เงินสยามยังพอทำเนา แต่ฝรั่งเศสใช้วิธีพาลให้ชดใช้ด้วยเงินเหรียญเท่านั้น

Loading...

โชคดีที่สยามมีบุญเก่าอยู่ เพราะพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 3 พระองค์ได้ทรงเชี่ยวชาญในการค้าสำเภามาก ทรงส่งเรือไปค้าขายนอกประเทศกับชาวต่างชาติ และมีเงินเก็บไว้ โดยพระองค์ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ไว้ในพระคลังข้างที่เรียกว่า “เงินถุงแดง” เพื่อสำหรับใช้ในราชการแผ่นดิน

การทำมาค้าขายกับนานาชาตินั้น สยามใช้เงินเหรียญเม็กซิโก หรือเงินเหรียญนก เป็นสื่อกลาง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังทรงมีรับสั่งด้วยว่า ให้เก็บเงินเหรียญเม็กซิโกใส่ถุงแดงไว้เป็นเงินทุนสำรอง เมื่อมีเจ้านายบางองค์กราบทูลถามว่า จะเก็บเอาไว้ทำการสิ่งใด รัชกาลที่ 3 มีพระราชดำรัสตอบเป็นทีเล่นทีจริงว่า จะเก็บไว้ไถ่บ้านไถ่เมือง

เงินถุงแดงทั้งหมดมี 3 หมื่นชั่ง เทียบกับเงินฟรังก์แล้วได้ประมาณ 2,400,000 ฟรังก์ ยังขาดอยู่อีก 600,000 ฟรังก์ จะเอาจากที่ใด กลายเป็นปัญหาขึ้นมาอีก แต่ด้วยพระบารมี รัชกาลที่ 5 ทรงสละทรัพย์ส่วนพระองค์และรวบรวมเงินจาก พระบรมวงศานุวงศ์จนได้ครบจำนวน วันนั้น…สยามต้องเสียน้ำตา เมื่อมองรถม้าขบวนยาวเหยียด บรรทุกเงินถุงแดงนับร้อยออกจากพระบรมมหาราชวัง ล้อรถบดไปบนถนน น้ำหนักเงินจำนวนมหาศาลนั้น กดทับถนน จนเกิดรอยล้อเป็นทางทอดยาว

จึงนับได้ว่า “เงินถุงแดง” นี้ ช่วยรักษา “เอกราช” ของชาติไว้ได้ หาไม่แล้วความพยายามหลากหลายวิธีของฝรั่งเศสก็จะต้องสัมฤทธิผลและไทยจะต้องตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส เช่นเดียวกับระเทศเพื่อนบ้านของไทย

Loading...



error: Alert: Content is protected !!