เรื่องราว จาก “พล.อ.วสิษฐ” ของ “ทูลกระหม่อมน้อย” ของคนไทย ที่ทรงพระเมตตาต่อผู้ติดตามเหลือเกิน

23 มีนาคม 2019 | ความทรงจำ
Loading...

ทูลกระหม่อมของคนไทย โดย วสิษฐ เดชกุญชร ปี พ.ศ.2513 เมื่อผมได้รับแต่งตั้งเป็นนายตำรวจราชสำนักประจำ มีหน้าที่ถวายความปลอดภัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์นั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพิ่งจะเจริญพระชนมายุได้ 15 พรรษา และยังกำลังทรงศึกษาอยู่ในโรงเรียนจิตรลดา ผมขานพระนามท่านตามข้าราชสำนักและข้าราชบริพารว่า “ทูลกระหม่อมน้อย”

โดยหน้าที่ผมมีโอกาสน้อยที่จะถวายความปลอดภัย โดยเฉพาะทูลกระหม่อมยังทรงเป็นนักเรียนอยู่ จะเสด็จฯออกนอกพระราชฐานบ้างก็ด้วยพระราชกิจส่วนพระองค์ไม่บ่อยนัก ผมได้เฝ้าทูลละอองพระบาทใกล้ชิดหลายครั้งก็เมื่อเวลาทูลกระหม่อมโดยเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถแปรพระราชฐานไปประทับต่างจังหวัด เป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้เห็นด้วยตนเองว่า เพราะทรงเป็นลูกพระเจ้าแผ่นดินไทย ทูลกระหม่อมจึงต้องทรงหยุดเรียนเพื่อตามเสด็จฯ เสมอตลอดปีครั้งละหลายวัน ในโอกาสเช่นนั้นเองที่ผมมีโอกาสเฝ้าฯ ใกล้ชิด

Loading...

ทูลกระหม่อมทรงเป็นกันเองกับทุกคน โดยเฉพาะนายตำรวจราชสำนักและนายทหารราชองครักษ์ซึ่งต้องปฏิบัติงานใกล้ชิดพระองค์ ทรงมีพระอารมณ์ขันเช่นเดียวกับทูลกระหม่อมหญิงใหญ่ (ทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี) ทูลกระหม่อมชาย (สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) และทูลกระหม่อมเล็ก (สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี) ผมจำได้ว่า ทรงตั้งชื่อลำลองให้หลายคน เช่น ทรงเรียก พล.ร.อ.เดชา บุนนาค รองสมุหราชองครักษ์ ว่า “อาเหี่ยว” เพราะคุณเดชามีรูปร่างผอม และทรงเรียก พล.ต.ต.อัตถกิตติ ผลชอบ นายตำรวจราชสำนักประจำ ซึ่งค่อนข้างจะเจ้าเนื้อว่า “อาเป่ง”

ทูลกระหม่อมน้อยทรงพระเมตตา ไม่ทรงรังเกียจ ไม่ทรงทำร้าย แต่โปรดสัตว์ทุกชนิด ตั้งแต่สัตว์ใหญ่เช่นช้าง วัว ควาย ลงไปจนถึงสัตว์ตัวเล็กจิ๋วอย่างแมลง จำได้ว่าหลายปีมาแล้ว เสด็จฯไปประทับที่เขื่อนจุฬาภรณ์ จังหวัดชัยภูมิ เช้าวันหนึ่งเสด็จฯออกจากที่ประทับ ทอดพระเนตรกว่าง ซึ่งเป็นแมลงปีกแข็งสีดำตัวเขื่องเกาะต้นไม้อยู่ ทูลกระหม่อมก็ทรงจับมาทอดพระเนตรอย่างใกล้ชิด ไม่ทรงรังเกียจ ทรงสัมผัสได้แม้แต่ทากและปลิง

Loading...

ทูลกระหม่อมโปรดดนตรี โดยเฉพาะดนตรีไทยและทรงเครื่องดนตรีได้ทุกชนิด เมื่อทรงทราบว่าผมขับร้องเพลงไทยได้ก็ทรงมีพระกรุณาให้ผมขับร้องในวงดนตรีของท่านบ่อยๆ ครั้งหนึ่งที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ไปทรงพักผ่อนพระอิริยาบถและเสวยพระกระยาหารค่ำบนชายหาดหน้าบ้านคุณพูนเพิ่ม ไกรฤกษ์ เลขาธิการพระราชวัง ทูลกระหม่อมทรงดนตรีไทยอยู่ที่บ้านคุณพูนเพิ่ม

วันนั้นเป็นวันพระซึ่งตามปกติผมถือศีล 8 เคร่งครัด ไม่ฟังดนตรี ผมจึงเลี่ยงไปเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อยู่ที่ชายหาด เมื่อทอดพระเนตรเห็นผมหลังจากนั้น ทูลกระหม่อมจึงตรัสถามว่าไปไหนมา ผมก็กราบบังคมทูลตามตรงว่าเป็นวันพระ ผมไม่ฟังดนตรี จึงหนีไปเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ชายหาด ผมถึงกับอึ้งและกราบบังคมทูลตอบไม่ได้

Loading...

เมื่อทูลกระหม่อมรับสั่งถามผมว่า “ทำไมไม่ฟังดนตรีให้เป็นสมาธิ?” ได้ความรู้ตั้งแต่นั้นมาว่าแม้จะยังทรงพระเยาว์ แต่ทูลกระหม่อมน้อยก็ทรงเข้าพระทัยเรื่องสมาธิแล้วอย่างลึกซึ้ง

เพราะได้โดยเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถไปทรงเยี่ยมประชาชนทั่วประเทศติดต่อกันเป็นเวลานาน ทูลกระหม่อมจึงทรงตระหนักและเข้าพระทัยในชีวิตความเป็นอยู่และทุกข์ของประชาชน จึงจะเห็นว่าบัดนี้เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระชราภาพและทรงพระประชวร ไม่อาจเสด็จฯ ได้อย่างแต่ก่อน ทูลกระหม่อมก็ทรงบากบั่นอุทิศพระวรกายเสด็จฯไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจและทรงเยี่ยมประชาชนแทนพระองค์อยู่มิได้ขาด แม้จะทรงมีปัญหาเรื่องพระพลานามัยอยู่เช่นเดียวกัน

ขอขอบคุณ www.thaitribune.org

Loading...



error: Alert: Content is protected !!