เผย ๗ พระมหากษัตริย์ไทย ที่ได้รับพระราชสมัญญานาม เป็น “มหาราช” ผู้ยิ่งใหญ่

19 มีนาคม 2019 | ความทรงจำ
Loading...

คำว่า “มหาราช” ต่อท้ายพระสมัญญานามเพื่อเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทย ก่อนที่สยามจะเป็นปึกแผ่นและร่มเย็นมาจนถึงทุกวันนี้ ต้องฝ่าฝันอุปสรรคต่างๆมากมาย แต่ด้วยพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์ไทยจึงทำให้ประเทศไทยฝ่าฝันอุปสรรคนานานับประการมาได้และด้วยพระราชอัจฉริยภาพประเทศไทยจึงเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงทุกวันนี้  ทั้งนี้ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันพระมหากษัตริย์ไทยที่ได้รับสมัญญานาม “มหาราช” มีดังนี้


๑. พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
พ่อขุนรามคำแหงมหาราช หรือ พญาร่วง หรือ พระบาทกมรเตงอัญศรีรามราช เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ ๔ ในราชวงศ์พระร่วงแห่งราชอาณาจักรสุโขทัย เสวยราชย์ประมาณ พ.ศ. ๑๘๒๒ ถึงประมาณ พ.ศ. ๑๘๔๑ พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์พระองค์แรกของไทยที่ได้รับการยกย่องเป็น “มหาราช” ด้วยทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันทรงคุณประโยชน์แก่แผ่นดิน ทรงรวบรวมอาณาจักรไทยจนเป็นปึกแผ่นกว้างขวาง ทั้งยังได้ทรงประดิษฐ์ตัวอักษรไทยขึ้น ทำให้ชาติไทยได้สะสมความรู้ทางศิลปะ วัฒนธรรม และวิชาการต่าง ๆ สืบทอดกันมากว่า ๗๐๐ ปี


๒. สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๒ มีพระนามเดิมว่าพระนเรศ หรือ “พระองค์ดำ” พระองค์ทรงเป็นผู้กอบกู้เอกราชให้กับไทยหลังจากเสียกรุงครั้งที่ ๑ และได้ทรงแผ่อำนาจของราชอาณาจักรไทย อย่างกว้างใหญ่ไพศาล นับตั้งแต่ประเทศพม่าตอนใต้ทั้งหมด นั่นคือ จากฝั่งมหาสมุทรอินเดียทางด้านตะวันตก ไปจนถึงฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทางด้านตะวันออก ทางด้านทิศใต้ตลอดไปถึงแหลมมลายู ทางด้านทิศเหนือก็ถึงฝั่งแม่น้ำโขงโดยตลอด และยังรวมไปถึงรัฐไทใหญ่บางรัฐ พระองค์ทรงเป็นนักรบชนะศึกหลายครั้งหลายครา โดยเหตุการณ์สำคัญที่พระองค์ทรงใช้ไหวพริบปฎิภาณ และความเก่งกาจในด้านการรบ คือวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๑๓๕ พระมหาอุปราชาของพม่าได้ยกทัพมาตีไทย พระองค์ทรงชนช้างกระทำยุทธหัตถี และทรงฟันพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์บนคอช้าง ตั้งแต่นั้นมาพม่าก็เกรงกลัว เลิกยกทัพมารุกรานไทยอีก

Loading...


๓. สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช หรือ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๓ หรือ สมเด็จพระรามาธิบดีศรีสรรเพชญ เป็นพระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ ๒๗ ในสมัยกรุงศรีอยุธยา พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่ทำให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก ทรงติดต่อเจริญพระราชไมตรีกับนานาประเทศ ทรงติดต่อการค้ากับชาวต่างชาติ และเมื่อมีเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น ก็ทรงแก้ไขด้วยความเฉลียวฉลาด สำหรับในยุคของพระองค์ถือเป็นยุคทองแห่งวรรณคดีไทย เนื่องจากพระองค์ทรงอุปถัมภ์และส่งเสริมการกวี จนเป็นเหตุให้เกิดมีกวีที่มีชื่อเสียงหลายคน มีวรรณคดีเกิดขึ้นหลายเล่ม


๔.สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงปราบดาภิเษกขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์กรุงศรีอยุธยา ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวในสมัยอาณาจักรธนบุรี ขณะพระชนมายุได้ ๓๔ พรรษา พระองค์เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๓๒๕ เมื่อมีพระชนมายุได้ ๔๘ พรรษา ทรงครองราชย์นานถึง ๑๕ ปี
พระราชกรณียกิจที่สำคัญในรัชสมัยของพระองค์ คือ การกอบกู้เอกราชจากพม่าภายหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง โดยขับไล่ทหารพม่าออกจากราชอาณาจักรจนหมดสิ้น และยังทรงทำสงครามตลอดรัชสมัยเพื่อรวบรวมแผ่นดินซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของขุนศึกก๊กต่าง ๆ ให้เป็นปึกแผ่น เช่นเดียวกับขยายพระราชอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูประเทศในด้านต่าง ๆ ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติหลังสงคราม ทรงส่งเสริมทางด้านเศรษฐกิจ ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม วรรณกรรม และการศึกษา เนื่องจากพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อแผ่นดินไทย รัฐบาลจึงได้ประกาศให้วันที่ ๒๘ ธันวาคมของทุกปีเป็น “วันสมเด็จพระเจ้าตากสิน” และยังทรงได้รับสมัญญานามมหาราช

๕. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
พระบาทสมเด็จพระปรโมรุราชามหาจักรีบรมนารถ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกในราชวงศ์จักรี และเป็นผู้ทรงสร้างกรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ ฯลฯ เป็นราชธานีของไทย ทรงกระทำศึกสงครามกับพม่าหลายครั้ง ทรงขยายอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวาง ทรงสร้างปราสาทราชวัง ทรงอัญเชิญพระแก้วมรกตมาจากเวียงจันทร์ สร้างวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และวัดอื่นๆ ทรงรื้อฟื้นสังคายนาพระไตรปิฎก รวบรวมกฎหมายตราสามดวง และโปรดให้แต่งบทละครต่างๆ ขึ้นแทนของเก่าที่ถูกพม่าเผาทำลาย

Loading...

๖.พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ สมเด็จพระปิยมหาราช
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษัตริย์สยาม รัชกาลที่ ๕ แห่งราชวงศ์จักรี พระองค์ได้รับสมัญญาว่า “ปิยมหาราช” แปลว่า มหาราชผู้ทรงเป็นที่รัก และว่า “พระพุทธเจ้าหลวง”
พระองค์ทรงมีประปรีชาสามารถยิ่งในการรักษาประเทศไม่ให้ตกเป็นเมืองขึ้นของชาวตะวันตกในยุคล่าอาณานิคม อีกทั้งยังเป็นผู้วางรากฐานเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยะประเทศ พระราชกรณียกิจที่สำคัญเช่น ทรงโปรดให้มีการเลิกทาส เลิกไพร่ จัดตั้งไปรษณีย์ไทย โทรศัพท์และโทรเลข การไฟฟ้าและการประปา จัดสร้างทางรถไฟ ตั้งโรงเรียนและโรงเรียนกฎหมาย ทรงริเริ่มสร้างโรงพยาบาลศิริราช แต่งตั้งกระทรวงต่างๆในการบริหารประเทศ

ทั้งนี้พระองค์ยังทรงห่วงใยราษฎรเป็นอย่างมาก เห็นได้จากที่พระองค์ทรงปลอมตัวเป็นสามัญชนเพื่อเสร็จเยี่ยมประชาชนอยู่บ่อยๆ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นับว่าเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมากกับประเทศไทย จากการวางรากฐานและเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆให้ประเทศไทยเจริญรุ่งเรื่องมาจนถึงทุกวันนี้

Loading...

๗. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ ๙
สำหรับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ ๙ รัฐบาลเคยทูลเกล้าฯไปแล้ว แต่ในเวลานั้นพระองค์ทรงไม่เห็นชอบด้วย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ ๙ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยผู้เสวยราชย์ยาวนานที่สุดคือ ๗๐ ปี พระองค์ได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า “สมเด็จพระภัทรมหาราช” มีความหมายว่า “พระมหากษัตริย์ผู้ประเสริฐยิ่ง” ทรงเป็น “มหาราช” พระองค์ที่ ๗ ของไทย

แต่ประชาชนทั่วไปนิยมเรียกพระองค์ว่า “ในหลวง” โดยย่อมาจาก “ใน (พระบรมมหาราชวัง) หลวง” บ้างก็ว่าเพี้ยนมาจากคำว่า “นายหลวง” ซึ่งแปลว่าเจ้านายผู้เป็นใหญ่ พระองค์ทรงห่วงใยประชาชนเป็นอย่างมาก ตลอดเวลาที่พระองค์ทรงขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงเสียสละเวลาความสุขส่วนพระองค์เพื่อดูแลประชาชน พระองค์ทรงงานหนักเพื่อประชาชนได้อยู่ดีกินดี นับว่าเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเปรียบเสมือน “พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย” และทรงเป็นที่รักของประชาชนชาวไทยทุกคน


Loading...



error: Alert: Content is protected !!