หลายคนไม่เคยรู้ พระราชพิธี’โสกันต์’ราชประเพณีสุดยิ่งใหญ่นี้ จัดขึ้นด้วยเหตุผลประการใด

10 มีนาคม 2019 | ความทรงจำ
Loading...

อีกหนึ่งความรู้ในประวัติศาสตร์โดยเรื่องราวดังต่อไปนี้ถูกเผยแพร่จากผู้ใช้แฟนเพจเฟซบุ๊คชื่อว่า โบราณนานมา ที่ได้ทำการโพสต์เกี่ยวกับ “พระราชพิธีโสกันต์” ราชประเพณีที่ไม่มีวันหวนคืน พร้อมจุดประสงค์ที่จัดขึ้นโดยได้ระบุข้อความทั้งหมดเอาไว้ว่า

Loading...

พระราชพิธีโสกันต์ของเจ้าฟ้านั้น ยิ่งใหญ่และสำคัญรองลงมาจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษก “พระราชพิธีโสกันต์” คือ การโกนจุก เชื่อกันว่า ได้รับอิทธิพลจากศาสนาพราหมณ์ฮินดู และถูกนำเข้ามาใช้ในราชสำนักไทย ปรากฏหลักฐานตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี เพื่อแสดงถึงความรัก ความเอาใจใส่ และทะนุถนอมต่อเด็กของคนในอดีต มิใช่ปล่อยไปตามยถากรรม

คนโบราณเชื่อว่า บริเวณกระหม่อมของเด็กยังมีความบอบบางอยู่ ฉะนั้นจึงต้องเกล้าผมจุกไว้กลางกระหม่อม เพื่อป้องกันอันตรายและช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายหรือโรคภัยต่าง ๆ ออกจากตัวเด็ก กระทั่งอายุครบตามกำหนด คือ พระราชโอรสเจริญพระชันษา ๑๓ ปี และพระราชธิดาเจริญพระชันษา ๑๑ ปี จึงจะเข้าสู่พระราชพิธี

Loading...

อาจารย์บุหลง ศรีกนก ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และประเพณีในราชสำนัก อธิบายว่า การโกนจุกของพระราชโอรสและพระราชธิดาของพระมหากษัตริย์ หรือชั้นพระองค์เจ้าขึ้นไป จะใช้คำว่า พระราชพิธีโสกันต์ ส่วนเจ้านายระดับหม่อมเจ้าจะใช้ คำว่า “พิธีเกศากันต์” และคนทั่วไปใช้ “พิธีโกนจุก”

ทั้งนี้ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้รื้อฟื้นพระราชพิธีในราชสำนักฝ่ายในขึ้นตามแบบกรุงศรีอยุธยา เพื่อหวังมิให้สูญหาย

เจ้าฟ้าพินทวดี พระราชธิดาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศกับกรมหลวงพิพิธมนตรี ทรงเป็นเจ้านายในสมัยกรุงศรีอยุธยาเพียงไม่กี่พระองค์ ที่มีพระชนมายุยืนยาวมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งพระองค์มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดราชประเพณีในราชสำนักฝ่ายในตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาสู่ราชสำนักรัตนโกสินทร์ ทำให้ประเพณีโบราณไม่สูญหายไป

เจ้าฟ้าพินทวดี จึงรับสั่งว่า “…จะทำอะไรก็ให้ถามฉันนะ จะได้บอกให้ว่าทำอย่างไร…” เมื่อมีการรื้อฟื้นพระราชพิธีทั้งหมดตามตามแบบครั้งกรุงเก่า หนึ่งในนั้น คือ พระราชพิธีโสกันต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประเพณีในราชสำนัก เล่าต่อว่า จัดขึ้นเป็นทางการครั้งแรกกับสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี พระราชธิดาในรัชกาลที่ ๑ กับเจ้าจอมมารดาทองสุก (พระราชธิดาในพระเจ้าอินทวงศ์ เวียงจันทร์)

“พระราชพิธีโสกันต์ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ นับเป็นงานหรูหรามาก เจ้านายทุกคนในราชสำนักจะตั้งตารอคอย ซึ่งหากมีพระราชโอรสหรือพระราชธิดา เจริญพระชันษาใกล้เคียงกันก็จะจัดพร้อมกันไป เพื่อไม่ให้สิ้นเปลือง” อาจารย์บุหลง อธิบายต่อว่า ในพระราชพิธีโสกันต์เจ้าฟ้ามงกุฎ (รัชกาลที่ ๔) ดำเนินไปด้วยดี โดยมีพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ในฐานะพระราชบิดา ฉลองพระองค์เป็นพระศิวะรับพระกรที่เขาไกรลาสที่ประทับพระศิวะ เพื่อให้สรงน้ำศักดิ์สิทธิ์จากสระอโนดาต

แต่สำหรับเจ้าฟ้าจุฑามณี (พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว) กลับเป็นลมล้มพับคาเสลียงตั้งแต่วันแรก จากพระราชพิธีทั้งหมด ๓ วัน ที่ต้องแห่กระบวนไปฟังเทศน์และพระราชพิธีสรงน้ำก่อน เพราะฉลองพระองค์ทรงเครื่องแบบโขนนั้นรัดแน่นเกินไป พระองค์จึงปฏิเสธ ถึงกับรับสั่งว่า “…ทำไมเอาคนธรรมดามาแต่งเป็นตุ๊กตาเล่น…”

ก่อนจะเปลี่ยนมาฉลองพระองค์ธรรมดาแทน เพื่อเข้าสู่พระราชพิธีโสกันต์ จึงนับว่า เจ้าฟ้าจุฑามณี ทรงมีหัวคิดก้าวหน้า และปฏิวัติพระองค์ตั้งแต่ยังพระเยาว์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประเพณีในราชสำนัก บอกต่อว่า เมื่อเจ้าฟ้ามงกุฎ ขึ้นครองราชย์สมบัติ ทรงมีพระบรมราชโองการให้นำพระราชพิธีสงฆ์เข้ามาไว้ใน “พระราชพิธีโสกันต์” ด้วย ทั้งนี้ พระองค์ได้ฉลองพระองค์เป็นพระศิวะ เพื่อรับพระกร ‘สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์’ (รัชกาลที่ ๕) ในฐานะพระราชโอรส เรียกว่าครั้งนั้น ได้จัดอย่างยิ่งใหญ่เต็มรูปแบบตามโบราณราชประเพณี

ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ ๕ พระองค์ทรงเปลี่ยนแปลง “พระราชพิธีโสกันต์” หลายประการที่ทรงเห็นว่าล้าสมัย โดยเฉพาะการยกเลิกสร้าง ‘เขาไกรลาส’ ชั่วคราว และให้สร้างถาวรขึ้นที่พระบรมมหาราชวัง เขตพระราชฐานชั้นใน เพราะการสร้างรื้อบ่อยครั้ง จะทำให้เกิดความสิ้นเปลือง

อาจารย์บุหลง ยังเล่าด้วยว่า เจ้านายพระองค์สุดท้ายที่เข้าสู่พระราชพิธีโสกันต์ คือ ‘พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา’ พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย ถึงปัจจุบัน พระราชพิธีโสกันต์ในราชสำนักไทยไม่มีอีกแล้ว คงเหลือสืบทอดถึงปัจจุบันเพียง ‘พระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่’ ซึ่งเป็นประเพณีการรับขวัญจนรัชกาลปัจจุบัน และล่าสุด คือ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ นั่นเอง

จากซ้ายไปขวา พระบรมฉายาลักษณ์และพระฉายาลักษณ์ ขณะทรงประกอบพระราชพิธีมหามงคลโสกันต์

พระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศที่ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ กรมขุนเทพทวาราวดี

พระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศที่ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมขุนสุโขไทยธรรมราชา

พระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศที่ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมขุนสงขลานครินทร์

Loading...



error: Alert: Content is protected !!