“ถ้าตายแล้ว ห้ามร้องไห้” พระราชดำรัส ที่จะทำให้คนไทยคิดถึง “มหาราชา”

11 กุมภาพันธ์ 2019 | ข่าวสาร
Loading...

ความรักความผูกพันธ์ของสมเด็จย่าและในหลวง ร.๙ นั้น ผูกพันธ์แน่นแฟ้นกว่าสิ่งใด ทั้งสองพระองค์ทรงห่วงใย ดูแลกันและกันเสมอมา และยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำของพสกนิกรอย่างไม่เสื่อมคลาย ทั้ง “สมเด็จย่า”เป็น ‘แม่ฟ้าหลวง’ผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย
แต่เหนืออื่นใดทรงเป็น “พระราชชนนี” ผู้ประเสริฐ ของพระมหากษัตริย์ถึง ๒ พระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ ๙

ซึ่งวันนี้เราขออัญเชิญพระราชดำรัส ของใน หลวง ร.๙ ที่เคยตรัสไว้ตอนหนึ่งมีความดังนี้ “สมเด็จฯ ท่านเคยรับสั่งนานมาแล้วอย่างน้อยสิบปี รับสั่งว่า “แม่นี่น่ะ เกิดมานานแล้ว ก็แก่มากแล้ว” ตอนนั้นแก่มากคือ ๘๐ กว่า ก็นับว่าแก่ แต่ทูลว่า “แก่อย่างนี้ดี ยิ่งแก่ยิ่งดี เพราะว่าลูกหลานนี่น่ะ ถ้าพ่อหรือแม่แก่ ก็เป็นกำลังใจสำหรับลูกหลาน ว่าเรามีแม่ที่อายุยืน เราก็คงอายุยืนเหมือนกัน มีแม่ที่แข็งแรง เราก็คงแข็งแรงเหมือนกัน ก็เลยทูลว่า แม่ต้องรักษาตัว ทูลว่าแม่ต้องเสวย เพราะตอนนั้นเสวยนิดเดียว ก็บอกว่าอิ่มแล้ว ท่านก็ผอมลงทุกที หมดแรง ไม่หิว แล้วก็รับสั่งว่า “แก่แล้วจะอยู่ทำไม” ก็ทูลว่า “อยู่สิ เป็นประโยชน์ เป็นกำลังใจสำหรับลูกหลาน”

Loading...


“เมื่อสวรรคต ก็ทำตามที่ท่านรับสั่งไว้ว่า “แม่แก่แล้ว จะตายเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าตายแล้ว ห้ามร้องไห้ ไม่ให้ร้องไห้ เพราะเป็นของธรรมดา คนเราก็ต้องตาย” แต่ว่าตอนหลังนี้ ที่เห็นท่านทรุดลง ทรุดลง ก็รู้สึกว่าท่านจะอยู่ไม่ได้ แต่ก็ไม่อยากให้ท่านสิ้น อย่างไรก็ตามเมื่อสิ้นก็เป็นของธรรมดา ที่เราอาลัย เป็นของธรรมดาเหมือนกัน ฉะนั้นเมื่อท่านสิ้นแล้ว และได้เห็นความรัก ความนับถือ ที่คนทั้งชาติมีต่อท่าน ก็ปลื้มใจ ปลื้มใจว่ามีแม่ที่คนรัก ที่ถือว่าท่านเป็นสมเด็จย่า”


(พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมพระราชทานแก่บุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดาฯ พระราชวังดุสิต วันจันทร์ที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๘)

Loading...



error: Alert: Content is protected !!