“ถ้าคุณชื่นสึก ฉันจะเอาเธอมาขัง” เหตุการณ์เมื่อครั้ง “ในหลวง ร.๕” ทรงรับสั่งถึงพระบิดา “สมเด็จพระสังฆราชเจ้า”

22 พฤศจิกายน 2018 | ความทรงจำ
Loading...

สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ในความทรงจำของ หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล
เสด็จพ่อ (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเล่าว่า ครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ โปรดให้ท่านนำพระศพเจ้านายพระองค์หนึ่งไปยังพระเมรุถวายพระเพลิง สังฆการีไปนิมนต์ท่านว่า จะเคลื่อนพระศพเวลาบ่าย ๑๖ น. สมเด็จท่านชอบทรงพระดำเนินอยู่เป็นธรรมดาแล้ว ทรงเห็นว่ามีเวลาพอจึงทรงพระดำเนินออกจากวัดไปเรื่อยๆ กะว่าคงจะทันเวลาพอดี แต่สังฆการีทูลเวลาผิด, พระศพจะออกจากพระราชวังสวนดุสิตเวลา ๑๔ น.

พระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงแล้ว พระผู้นำพระศพก็ยังมาไม่ถึง คอยเท่าไรก็ยังไม่ถึง คอยเท่าไรก็ไม่มา. ในเวลานั้นรถยนต์และโทรศัพท์ก็ยังไม่มีพอใช้ได้ทั่วไป เมื่อคอยนานเข้า พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงฉุนตรัสว่า – “คุณชื่นไม่นำก็แล้วไป, ไปนิมนต์องค์อื่นมา”

สมเด็จเสด็จไปถึงเมื่อพระศพไปแล้ว และได้ทราบว่าถูกกริ้ว แต่ท่านก็รู้สึกว่าท่านไม่ได้ทำผิด สังฆการีบอกเวลาท่านผิดต่างหาก ทำให้น้อยพระทัยจนคิดจะลาสิกขา ครั้นความทราบถึงพระกรรณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงรับสั่งให้หาหม่อมเจ้าถนอม พระบิดาท่านให้เข้าไปเฝ้าและตรัสบอกว่า  “ถ้าคุณชื่นสึก ฉันจะเอาเธอมาขัง” ด้วยเหตุนี้เอง คุณชื่นจึงไม่ได้สึก และอยู่มาจนได้เป็นสมเด็จพระสังฆราชเจ้า


ส่วนตัวข้าพเจ้าเองนั้นได้มีโอกาสรู้จักพระองค์ท่านดี ก็เมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ นี้เอง. เพราะท่านเสด็จขึ้นไปพักที่วัดนิเวศธรรมประวัติที่เกาะบางปอิน และข้าพเจ้ากับหญิงพัฒนายุก็ไปอยู่ที่วัดนั้น เมื่อบรรจุพระอังคารเสด็จพ่อไว้ที่นั่นแล้ว จึงได้มีโอกาสถวายอุปฐากและได้เฝ้าไปบ่อย ๆ. ทำให้แน่ใจว่าสมเด็จพระสังฆราชพระองค์นี้ ท่านทรงเป็นชิโนรสอย่างแท้ แม้จะมีผู้กล่าวว่า พูดดีไม่เป็น คือพระองค์ท่าน, พูดเล่นไม่มี คือ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดเทพศิรินทร์ฯ ก็ตาม


แต่ท่านก็ทรงเป็นพระจริงๆ แม้จะตรัสโผงผางตรงๆ ก็ไม่มีผิดพระวินัย ไม่มีโลภะ โทสะ และโมหะเลย
ยกตัวอย่างเช่นในวันประสูติของท่าน ทรงมีอะไรก็เอาออกมาทำสลากแจกพระอื่นๆเสียทุกปี. จนเราจะถวายอะไรให้ทรงใช้เอง ต้องทูลว่า – อันนี้ขอให้ทรงใช้เองไม่ใช่สำหรับทำสลาก
ในทางโทสะ. ข้าพเจ้าก็ไม่เคยเห็น เคยแต่รู้สึกว่าถ้าไม่ถูกพระทัยก็มักจะนิ่งไม่ตรัสต่อ.

Advertisement

Loading...

ส่วนทางโมหะนั้น ควรเรียกได้ว่าไม่มี เมื่อดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระสังฆราชเจ้า เขาก็ใช้คำราชาศัพท์ตามประเพณีว่าสรงว่าเสวยแก่พระองค์ท่าน แต่ท่านกลับเห็นขำ ตรัสถามเด็กรับใช้ว่า  “เองเสวยแล้วหรือยัง?” แม้เมื่อได้ทรงรับพระเกียรติยศเป็นกรมหลวง ข้าพเจ้าไปถวายดอกไม้ธูปเทียนกับพวกพุทธสมาคม พอทรงเห็นข้าพเจ้าก็ตะโกนขึ้นว่า “ท่านหญิงพูน, ไม่รู้ตัวจริงๆ ถ้ารู้จะขัดขวาง เพราะไม่มีธรรมเนียมที่ ม.ร.ว. จะได้เป็นกรมหลวงได้”  ข้าพเจ้าจึงพนมมือทูลว่า “ก็ทรงเป็นพระราชอุปัชยาจารย์ และถวายแก่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าก็แล้วกัน.” ท่านก็ทรงนิ่งไม่โต้ตอบอะไรต่อไป ในเวลาประทับอยู่ที่วัดนิเวศธรรมประวัตินั้น ท่านลงไปสรงน้ำที่แม่น้ำเช่นเดียวกับพระอื่นๆ แลซักสบงเองด้วย

ส่วนของเสวยนั้น แม้แต่เครื่องหิ้วซึ่งมีแต่เกลือพริกไทยและน้ำซอส จนแม้แต่ยาไพลลูกกลอน ถ้าพ้นเวลาเสวยแล้วจะไม่เก็บไว้ในกุฏิเลย ลูกศิษย์ต้องเอามาฝากไว้ที่ที่พักเราทุกวัน ประชาชนพลเมืองส่วนมากรักและนับถือ ว่าท่านไม่ถือพระองค์ ผู้ใดนิมนต์แล้วแม้อยู่ห้องแถวก็รับนิมนต์ แต่เป็นธรรมดาโลกทุกสิ่งมีอยู่เป็นคู่กัน เมื่อมีคนรักก็ต้องมีคนไม่รัก สุดแต่ว่าเป็นคนชนิดใดเท่านั้น เพราะคนชอบหวานก็ไม่ชอบของขม คนชอบขมก็ไม่ชอบหวานเป็นธรรมดา
อย่างไรก็ดี ข้าพเจ้ายอมรับนับถือในพระองค์ท่าน ด้วยความเคารพรักเป็นอย่างยิ่ง เพราะได้เห็นได้รู้แก่ใจแล้วว่าท่านทรงเป็นชิโนรสแท้ ไม่มึนเมาในทางโลก ไม่อยู่ในอำนาจกิเลส มีกำลังพระทัยแข็งแรงที่ทางโลกจะเรียกได้ว่า

คนจริง จะเห็นได้ในเวลากำลังประชวรมาก เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จทรงพระผนวช ทุกคนเห็นว่าท่านจะเสด็จไปทรงเป็นพระอุปัชยาจารย์ไม่ได้แน่ แต่พระองค์ท่านก็โปรดให้หมอฉีดยาถวายโดยตรัสว่า – “กายเป็นของหมอ 7 จิตเป็นของฉัน ฉันจะไป” แล้วก็เสด็จไปถวายการอุปสมบทได้ตลอด จนประทับรถมาด้วยกันกับพระภิกษุภูมิพโล ซึ่งราษฎรห้อมล้อมรถพระที่นั่งมาตลอดทางเป็นเวลาถึง ๒ ชั่วโมง จึงเสด็จถึงวัดบวรนิเวศวรวิหาร. หมอซึ่งตามเสด็จไปพร้อมทั้งยาและรถพยาบาลคอยอยู่ทางหลังวัดพระแก้ว ก็ต้องยอมแพ้ไป

เราไม่มีเหตุจะต้องถวายพระกุศลแด่พระองค์ท่าน เพราะทรงมีอยู่โดยเพียงพอแล้ว จึงขอประทานแต่พระพร ขอให้ทรงช่วยให้พระพุทธศาสนา จงได้เจริญอยู่คู่ฟ้าและดินต่อไปด้วยเทอญ

พูนพิศมัย ดิศกุล วันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๗

(ที่มา: หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล, “สมเด็จพระสังฆราชเจ้าวัดบวรนิเวศวิหาร” วชิรญาณวงศ์ ๒๕๐๗. พระนคร: การพิมพ์ไชยวัฒน์, ๒๕๐๗

Loading...



error: Alert: Content is protected !!